การลงประชามติต่อร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 นี้ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับอนาคตของประเทศไทย การรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเป็นสิทธิส่วนบุคคล และเป็นสิทธิส่วนบุคคลอีกเช่นกันที่สามารถแสดงออกแจ้งบอกจุดยืนพร้อมเหตุผลต่อสาธารณะได้ จึงนำมาซึ่งการจัดเวที คนใต้รับหรือไม่รับ “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับชิว ๆ” ขึ้นที่มหาวิทยาลัยทักษิณ ในวันนี้ (2 สิงหาคม 2559)

และจากความเห็นร่วมของ 30 องค์กรประชาชนภาคใต้ รวมทั้งนักวิชาการ อาจารย์ ปัญญาชน นักพัฒนาเอกชน แกนนำภาคประชาชน ในภาคใต้ ต่างมีความเห็นที่ไปในทิศทางเดียว ที่จะ “ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ” ด้วยหลากหลายเหตุผล อาทิ

 

1. มีการปิดกั้นการแลกเปลี่ยน การแสดงความคิดเห็นอย่างน่าเกลียด จนเกิดบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวขึ้นในสังคมอย่างกว้างขวาง เมื่อไม่ให้ถกไม่ให้วิพากษ์ ก็สมควรไม่รับร่าง

2. เป็นร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนคนไทยรู้สาระเนื้อหาที่แท้จริงของรัฐธรรมนูญน้อยมาก รับรู้แต่ย่อสาระสำคัญที่มีการโฆษณาชวนเชื่อเกินจริง เมื่อไม่รู้จะให้รับร่างได้อย่างไร

3. ร่างรัฐธรรมนูญนั้น มีสาระสำคัญที่ด้อยกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 อย่างชัดเจนในเกือบทุกด้าน โดยเฉพาะในด้านสิทธิชุมชน การสาธารณสุข การศึกษา การปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อม อีกทั้งสาระการปฏิรูปล้วนไม่ปฏิรูปจริง เพราะยังเลื่อนลอย “ให้เป็นไปตามที่กฏหมายกำหนด”

4. ร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวมีแก่นแกนของจุดยืนในการเพิ่มอำนาจรัฐราชการและลดอำนาจภาคประชาชน เจตนาสมยอมให้กลุ่มทุนและรัฐราชการร่วมกันยึดกุมการบริหารประเทศอย่างรวมศูนย์ ไม่กระจายอำนาจ ไม่สร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ไม่ปกป้องสิทธิชุมชน และเหตุอันนี้จะนำมาสู่การล่มสลายของสังคมภายใต้การยึดกุมของกลุ่มทุน

5. ในบทเฉพาะกาล และคำถามพ่วง มีความชัดเจนให้มีการสานต่ออำนาจ คสช.จากการให้อำนาจรัฐสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งย่อมหมายถึง 2 รัฐบาลหรือแปลว่า คสช.สามารถสานต่ออำนาจได้ยาวนานถึง 8 ปี

 

ทั้งนี้ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ก่อนลงประชามติ 7 สิงหาคม 2559 ทางเครือข่าย 30 องค์กรภาคประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ขอเรียกร้องต่อ คสช. เพียง 3 ประการ คือ

 

1. ขอให้ คสช.ประกาศอย่างชัดเจน เปิดกว้างให้ประชาชนสามารถวิพากษ์ วิจารณ์ ให้ความเห็น รณรงค์ สร้างกระแสทั้งเห็นด้วยและเห็นต่างได้อย่างเต็มที่ในโค้งสุดท้าย ล้างบาปความผิดพลาดในการปิดกั้นคุกคามที่ผ่านมา อันเป็นการเคารพเสียงประชาชน ไม่ว่าจะผ่านหรือไม่ก็ตาม

2. ขอให้ คสช.ประกาศต่อสาธารณะว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ทาง คสช.จะดำเนินการต่ออย่างไร ทั้งนี้ทางเครือข่าย 30 องค์กรภาคประชาชนในภาคใต้เห็นว่า เมื่อประชาชนไม่รับ คสช.ก็หมดความชอบธรรมในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับต่อไป ขอให้นำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ทั้งฉบับกลับมาใช้ใหม่ ใส่บทเฉพาะการเรื่องการตั้งกลไกการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเข้าไป และจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว แล้วจึงค่อยพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไปโดยกลไกของประชาชน

3. ขอให้ คสช.ประกาศต่อสาธารณะว่า หากร่างรัฐธรรมนูญผ่าน บุคคลที่เกี่ยวข้องกับ คสช.จะไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ จะไม่ลงเลือกตั้ง จะไม่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ และจะไม่เสียสัตย์เพื่อชาติอย่างเช่น พลเอกสุจินดา คราประยูร ในครั้งการรัฐประหาร รสช.

 

นี่คือ 5 เหตุผลที่ไม่รับร่าง และ 3 ข้อเสนอให้ คสช.ดำเนินการก่อนวันลงประชามติ

 

30 องค์กรภาคประชาชนในภาคใต้ 
2 สิงหาคม 2559

 

รายชื่อ 30 องค์กรภาคประชาชนในภาคใต้ที่ร่วมจัดงานและร่วมออกแถลงการณ์
1. เครือข่ายพลเมืองสงขลา 
2. คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้) 
3. มูลนิธิอันดามัน 
4. สมาคมสมาพันธ์ประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย
5. สมาคมรักษ์ทะเลจะนะ
6. สงขลาฟอรั่ม
7. กลุ่ม Save Krabi
8. กลุ่มคนรุ่นใหม่ ใจอาสา 
9. กลุ่มทนายไร้ตั๋ว
10. กลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำท่าสะท้อนและสิ่งแวดล้อม สุราษฎร์ธานี
11. เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้
12. เครือข่ายประชาชนปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สงขลา สตูล
13. เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน
14. เครือข่ายรักษ์ชุมพร
15. เครือข่ายพลเมืองพัทลุง
16. เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน 
17. เครือข่ายพิทักษ์สิทธิชุมชนเขาคูหา รัตภูมิ 
18. เครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพ ( permatamas ) 
19. เครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล 
20. เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ภาคใต้ 
21. เครือข่ายนักวิชาการรับใช้สังคมลุ่มทะเลสาบสงขลา
22. ชมรมแพทย์ชนบทภาคใต้ 
23. ศูนย์พลเมืองเด็ก
24. ศูนย์ข้อมูลชุมชน
25. ศูนย์สร้างจิตสำนึกนิเวศวิทยา (สจน.)
26. ศูนย์เรียนรู้วิถีธรรมชาติเพื่อชุมชน จะนะ
27. สถาบันศานติธรรม 
28. สภาทรัพยากรพันธุกรรมพื้นบ้านภาคใต้
29. สภาประชาชนอำเภอรัตภูมิ
30. หน่วยวิจัยประชาธิปไตยชุมชนเพื่อการพัฒนา