พิมพ์เขียว รัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ควรเป็นอย่างไร

ไม่ว่าโรดแมปเลือกตั้ง (ร่างรัฐธรรมนูญ – ทำประชามติ – ทำกฎหมายลูก – เตรียมตัวเลือกตั้ง)  จะยังคงสูตร 20 เดือน (6 – 4 – 6 – 4) หรือมีหลักสูตรเร่งรัดให้เร็วขึ้นได้จนเหลือ 11 เดือน (3 – 3 – 3 – 2) อย่างที่นายจาตุรนต์เสนอ

 

ช่วงจังหวะของการสรรหาอรหันต์ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่งวดเข้ามาทุกที น่าจะได้ทราบในเร็วๆนี้ ว่าคณะกรรมาธิการร่างชุดใหม่จะเป็นใคร สิ่งที่หลายฝ่ายเป็นกังวลอาจไม่ใช่แค่หน้าตาคนร่างทั้ง 21 คน เพราะหากเป็นอย่างที่คสช.ตั้งไว้ว่าองค์ประกอบของคณะกรรมการควรมาจากนักกฎหมายหรือสายข้าราชการที่มีความชำนาญในการเขียนแผนและนโยบายของประเทศ เพื่อให้สามารถร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้ตามกรอบเวลา และมีทิศทางดังที่คสช. คาดหวังไว้  แต่เป็นประเด็นเรื่องเนื้อหาสาระที่บรรจุเข้าไปในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า  

ก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เนื่องจากระยะเวลาในการร่างรัฐธรรมนูญที่มีจำกัด หลายท่านเสนอให้นำข้อดีของรัฐธรรมนูญฉบับ 40 และ 50 มาร่างเป็นรัฐธรรมนูญใหม่ หลายท่านเสนอให้คงข้อดีในร่างรัฐธรรมนูญที่ตกไป โดยเพิ่มเติมหรือแก้ไขในประเด็นที่ยังเป็นปัญหาเท่านั้น ในขณะที่ รัฐบาลได้ตั้งคณะทำงานติดตามวิเคราะห์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2558 เพื่อวิเคราะห์หาเหตุผลหรือตัวแปรสำคัญที่นำไปสู่การคว่ำรัฐธรรรมนูญ และอาจจะได้ข้อเสนอที่สปช. ยอมรับในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้น

ด้านนักวิชาการและภาคประชาสังคม มีความเห็นต่อสาระสำคัญที่ควรคงไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เช่น คุณปรีดา คงแป้น ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไทย กล่าวว่า “อยากให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คงสาระของการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิชุมชนในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญ 58 ได้มีการเพิ่มสิทธิของชุมชนในการพัฒนาตั้งแต่ต้นกระบวนการจนถึงปลายทาง สนับสนุนให้มีการบัญญัติและจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิชุมชนต่างๆ เช่น กฎหมายภาษีอัตราก้าวหน้า ธนาคารที่ดิน โฉนดชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม รวมถึงการมีข้อบัญญัติคุ้มครองชาติพันธุ์ และจัดทำเขตคุ้มครองทางวัฒนธรรม”   สอดคล้องกับความเห็นของคุณหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ (ประเทศไทย) ที่ให้ “คงไว้ซึ่งสิทธิชุมชน ชุมชนดั่งเดิมและชุมชนท้องถิ่น ในการมีส่วนร่วมจัดการทรัพยากรร่วมกับรัฐ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐเพียงฝ่ายเดียว และกระจายจัดการบริหารร่วมกับชุมชน ซึ่งเป็นหลักสำคัญที่อยู่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับเดิม และในส่วนของมาตรา 64 ในร่างฉบับปี 58 ว่าด้วยกรรมการอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ แม้รูปแบบจะยังไม่ชัดเจน ต้องหาข้อสรุปและข้อตกลง  แต่สิ่งสำคัญที่อยากให้คงไว้ เรื่องกระบวนการมีส่วนมีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนการทำ SEA EIA และ EHIA เพื่อให้เกิดกระบวนการที่โปร่งใสและมีธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม”

       ผั่งดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ นักวิชาการจากศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล สนับสนุน “สาระรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรหนุนเรื่องการกระจายอำนาจ การสร้างความเข้มแข็งของภาคพลเมือง รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างพลเมืองกับหน่วยงานของรัฐ”

       ข้ามมาทางฝั่งนักกฏหมาย  ผศ.ดร.ภูมิ มูลศิลป์ รองคณบดี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เสริมเรื่องสาระที่ควรคงไว้ในรัฐธรรมนูญ คือ “ระบบการจัดสรรอำนาจทางอธิปไตยที่เป็นของปวงชนชาวไทย ให้องค์กรต่างๆได้ใช้อย่างมีสมดุล อันหมายถึงการมีกลไกตรวจสอบการใช้อำนาจเหล่านั้นได้ โดยที่สำคัญคือรัฐธรรมนูญควรคงบทบาทของประชาชนในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมทางการเมือง การมีส่วนร่วมในแนวนโยบายต่างๆ และที่สำคัญคือ ในการปฏิรูป ในทิศทางที่ยั่งยืนไม่ใช่เพียงระยะสั้น จะทำให้รัฐธรรมนูญเกิดประโยชน์กับประเทศอย่างแท้จริง”

       สำหรับอดีตคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย คุณสมชาย หอมลออ ได้ให้ความเห็นว่า “อยากให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินไปในแนวทางเดียวกับรัฐธรรมนูญ ปี 40 และ 50  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมวดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน สิทธิมนุษยชน ส่วนในประเด็นเรื่องกระบวนการทางการเมืองนั้น รัฐธรรมนูญปี 40 เองมีจุดอ่อน คือ เกิดการผูกขาดทางการเมืองของพรรคการเมืองเพียงสองพรรค ทำให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเหลิงอำนาจมากเกินไป และใช้อำนาจไปในทางที่ผิดต่อหลักนิติธรรมและขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน จึงคิดว่าหากออกแบบระบบการเมืองในรัฐสภาให้มีพื้นที่ของกลุ่มคนที่มีทัศนคติทางการเมือง ผลประโยชน์แตกต่างกันเข้าไปจะค่อยๆพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนขึ้น ดังกรณีจากประเทศอื่นๆ ระบบประชาธิปไตยแบบตัวแทนเพียงอย่างเดียวมีปัญหา จำเป็นต้องสร้างให้เกิดประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม และการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น การมีกลุ่มองค์กรตรวจสอบ พลเมืองตื่นรู้ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีเสรีภาพในการแสดงออก”

ร่วมให้ความเห็นได้ด้านล่าง